มารู้จักกล้องโลโม่กันเถอะ!!
posted on 21 Mar 2008 15:00 by beoobobbกล้องอารัยน๊าถ่ายภาพออกมามีขอบดำๆ ตรงกลางสว่างๆ สีสันจัดจ้านดูผิดเพี้ยน แต่มีความสวยงามจนทำให้หลายคนได้หลงใหล ??
มาเริ่มจากประวัติอันยืดยาวกันเลย...
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น ณ เมือง St. Petersburgในปี 2525 (1982) นายพล อีกอร์ เปรโตรวิช คอร์นิสกี้, มือขวาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอุตสาหกรรมของ รัสเซีย ได้นำเอากล้องญี่ปุ่นตัวหนึ่งชื่อว่า Cosina CX-1,CX-2 มาให้กับสหายในพรรคคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า นาย มิเชล พาฟิโลวิช พาฟิลอฟ นาย พาฟิลอฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงงาน Lomo ที่ผลิต len และ อาวุธของรัสเซีย
ทำการตรวจสอบกล้อง cosina นี้อย่างละเอียด แล้วพบว่า มันประกอบไปด้วย len ที่ไวแสงและคมชัด
กับบอดี้ที่ทนทานแข็งแรง เขาทั้งสองท่านนี้ได้เห็นประโยชน์และความสำคัญของกล้องเล็กๆ ประเภทนี้
จึงได้สั่งให้ก๊อป X -->และพัฒนาในเรื่องของ design และผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เพื่อให้ชาวคอมมิวนิสต์ทุกคนมีติดตัวไว้บันทึกเหตุการณ์ชีวิตชาวรัสเซีย และบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในระยะเวลานั้น
และนั้นคือต้นกำเนิดของ LOMO LC-A
LC-Aสามารถใช้งานได้ในสภาพแสงหรือสถานการณ์ทุกรูปแบบ และด้วยขนาดกระทัดรัด ทำให้สามารถพกติดตัวไปด้วยได้ ตลอดเวลา ในส่วนของการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ทำให้ LC-A เป็นกล้องที่มีความแตกต่างและดูพิเศษมากกว่ากล้องทั่วไปจนกระทั่งปัจจุบัน
ในปี 1992 Lomographic Societyได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการจะเผยแพร่ความหมาย ของ Lomography ให้กระจายไปทั่วโลก
"Lomo Embassies"หรือ ท่านทูต Lomoประจำประเทศต่างๆ ได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรม และส่งข่าวในประเทศนั้นๆ ประเทศไทยเราเองก็มีนะค่ะ
คติของโลโมกราฟีคือ "ไม่ต้องคิด ถ่ายไปเลย"
("don't think, just shoot")

กฎ 10 ข้อ ของโลโมกราฟี
- พกกล้องโลโมของคุณไปทุกที่
- ใช้มันตอนไหนก็ได้ - ทั้งกลางวันและกลางคืน
- โลโมกราฟีไม่ใช่สิ่งสอดแทรก, แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
- ถ่ายจากเอว
- เข้าใกล้วัตถุที่คุณต้องการความโลโม ให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ไม่ต้องคิด
- ทำให้เร็ว
- คุณไม่จำเป็นต้องรู้ล่วงหน้าว่าคุณจะถ่ายได้อะไรในฟิล์ม
- และคุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้หลังจากถ่าย เช่นกัน
- ไม่ต้องห่วงเรื่องกฏหรอก
ขอบคุณข้อมูล
mr.prince